รักษ์สุขภาพ - ตอนที่ 83 การจัดการความเครียดในชีวิต (8)

การนอนหลับและความเครียด: ความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อกันทั้งสองทาง

คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า เมื่อมีเรื่องให้กังวลมากมาย เรามักนอนหลับยาก แต่ในทางกลับกัน หลังจากนอนไม่พอเพียงคืนเดียว เรื่องเล็ก ๆ ที่เคยจัดการได้กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ ความรู้สึกหงุดหงิดเกิดขึ้นง่าย และสมาธิก็ลดลง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเพราะ การนอนหลับและความเครียดมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด โดยต่างฝ่ายต่างส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน จนอาจกลายเป็นวงจรที่ดีหรือวงจรที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

การนอนหลับไม่ใช่เพียงช่วงเวลาที่ร่างกายหยุดพัก แต่เป็นช่วงเวลาที่สมองและร่างกายทำงานซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเอง สมองจัดเก็บความทรงจำ ควบคุมอารมณ์ ซ่อมแซมเซลล์ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในวันถัดไป ดังนั้น การนอนหลับที่มีคุณภาพจึงเป็นรากฐานสำคัญของทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ

อย่างไรก็ตาม ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการนอนไม่หลับ เมื่อเราวิตกกังวล สมองจะยังคงตื่นตัวแม้ร่างกายจะล้มตัวลงนอนแล้ว ระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล (Cortisol) ยังคงสูง ทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้ยาก หลายคนนอนคิดเรื่องงาน เรื่องการเงิน เรื่องครอบครัว หรือปัญหาที่ต้องเผชิญในวันรุ่งขึ้น บางคนหลับได้ แต่กลับตื่นกลางดึกหลายครั้ง หรือตื่นเช้ากว่าปกติและไม่สามารถหลับต่อได้

ในขณะเดียวกัน การนอนหลับที่ไม่เพียงพอก็ทำให้เรารับมือกับความเครียดได้แย่ลง สมองจะตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นทางอารมณ์มากขึ้น ทำให้หงุดหงิดง่าย ใจร้อน วิตกกังวลง่าย และควบคุมอารมณ์ได้ยาก นอกจากนี้ สมาธิ ความจำ การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาก็ลดประสิทธิภาพลง ส่งผลให้เรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันดูเหมือนยากกว่าความเป็นจริง

เมื่อปล่อยให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง จะกลายเป็น "วงจรอุบาทว์" ความเครียดทำให้นอนไม่หลับ ขณะที่การนอนไม่หลับก็ยิ่งเพิ่มความเครียด หากเป็นเช่นนี้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า และทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง

ข่าวดีคือ เราสามารถปรับพฤติกรรมหลายอย่างเพื่อช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น เริ่มจากการเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน แม้ในวันหยุด วิธีนี้ช่วยให้ "นาฬิกาชีวภาพ" ของร่างกายทำงานเป็นปกติ

การสร้างกิจวัตรก่อนนอนที่ผ่อนคลายก็มีประโยชน์ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบา ๆ ฝึกหายใจช้า ๆ ยืดเหยียดร่างกาย หรือฝึกสมาธิ ในทางตรงกันข้าม การทำงาน ดูภาพยนตร์ที่ตื่นเต้น หรือใช้โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตก่อนนอน อาจทำให้หลับยากขึ้น เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอสามารถยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ

สภาพแวดล้อมในห้องนอนก็มีความสำคัญ ห้องที่เงียบ มืด อากาศเย็นสบาย และมีที่นอนที่เหมาะสม จะช่วยให้นอนหลับได้ดี

ขึ้น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะนำให้ใช้ห้องนอนเพื่อการนอนเป็นหลัก ไม่ควรใช้เป็นที่ทำงานหรือดูโทรทัศน์ เพื่อให้สมองเชื่อมโยงห้องนอนกับการพักผ่อน

แหล่งข้อมูล -

  1. McEwen, B. S. (2017). The End of Stress as We Know It. Washington, DC: Joseph Henry Press.
  2. World Health Organization. (2022). World Mental Health Report: Transforming Mental Health for All. Geneva, Switzerland: World Health Organization.